Ukrit's profileWelcome to Ukrit444geniu...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Welcome to Ukrit444genius's spaces ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนนะจ๊ะ--จงรู้จักตัวของคุณเองให้ดี แล้วคุณจะรู้จักคนอื่นได้ดียิ่งขึ้น--เด็กชายอุกฤษ เกเย็น |
||||
|
May 13 กงล้อแห่งความดี
คิดอย่างไรไม่ให้เครียด เครียด เป็นภาระที่ทุกคนไม่อยากประสบพบพาน แต่คงไม่มีใครที่ไม่เคยเครียด ดังนั้นมาทำความรู้จักกับความเครียด และวิธีการคิดเพื่อที่จะได้ไม่เครียดกันดีกว่า
ต้องรู้ให้ทัน (คนโดนของ) ไสยศาสตร์ ความฉลาดกับชีวัต นั้น ไม่ได้หมายความว่า รู้แค่บางเรื่องเท่านั้น แต่หากเรามีสติ เราก็จะสามารถรับรู้ถึงเรื่องเร้นลับได้อีกด้วย วันนี้เราจะมาดูเรื่องเร้นลับ เกินคำอธิบาย อย่าง ไสยศาสตร์ ถ้าหากเรา่ตัดเรื่องของความเชื่อผิดๆ ออก แล้วหันมามองไสยศาสตร์ด้วยเหตุผล เปิดใจให้กว้าง แล้วมาดูกัน ว่าเรื่องไสยศาสตร์แท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร
บ่อยครั้งที่เราได้ยินเืรื่องราวเกี่ยวกับ คนโดนของ โดนผีเข้า โดนไสยศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย และก็บ่อยครั้ง ที่มีคนจำนวนไม่น้อย เฝ้าถามตัวเองว่า ถ้าหากมันมีจริง แล้วทำไม เมืองนอกถึงไม่มีกัน แล้วทำไม เราไม่ใช้ไสยศาสตร์เพื่อผลประโยชน์ต่างๆ ทำไมเราต้องมานั่งทำงาน อยู่อีกด้วย ถ้าไสยศาสตร์ทำได้จริง ทำไมเราจะต้องลำบากด้วยล่ะ นั่นก็เพราะว่า บางครั้งมันไม่ใช่เรื่องจริงนั่นเอง บางคนก็บอกว่าเรื่องเหล่านี้เร้นลับ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถรับรู้ได้ ถึงกับตั้งคำปราการที่ว่า "ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่" เป็นคำปราการ ที่หักห้ามหัวใจของผู้คนไม่ให้คิด ไม่ให้สงสัย เป็นคำปราการ ที่ทำให้ผู้ที่มีความสงสัียในเรื่องไสยศาสตร์ ปล่อยวาง และไม่คิดอีกต่อไป เราจะไม่กล่าวถึงเรื่องพวกนั้น เพราะไม่อยากไปรบกวนการประกอบอาชีพของผู้ใด แต่เราจะกล่าวถึง คนที่บอกว่าตัวเองโดนของ โดนเขาทำไสยศาสตร์ เพื่อเป็นภูมิแก่ปัญญาชน ผู้ตัดสินปัญหาด้วยเหตุผล ของจริงหรือของปลอม 1. โดนของเพื่อโยนความผิด คนพวกนี้บางครั้ง เมื่อทำความผิดที่ตนเองรับไม่ได้ หรือเกิดความละอายใจอย่างมาก เมื่อมีคนมาทักว่าโดนของ ก็มักจะคล้อยตามไปเลย แต่บางคนก็สร้างเรื่องโดนของขึ้นมาเองเลย เพื่อที่ต้องการจะบ่งบอกว่า ความผิด สิ่งน่าอาย ต่างๆ เหล่านั้น ไม่ใช่เพราะตัวตนของเขาที่ทำ แต่เป็นเพราะเขาโดนของนั่นเอง เป็นการโยนความผิดที่แสนจะฉลาดซะจริงๆ (ไอ้แหยมเอ้ย) พฤติกรรมของคนพวกนี้เป็นอย่างไร คนพวกนี้มักจะพยายามสื่อให้คนอื่นรู้ว่าตนเองโดนของ เช่น ทำเสียงแปลก ทำท่าทีแปลกๆ แต่หากคนรอบข้างยังไม่รับรู้ ก็จะยิ่งสร้างความเจ็บใจให้กับเขา โดยที่การแสดงออกของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนกล้าหน่อย ถึงกับแก้ผ้า วิ่งรอบบ้านก็มี บางคนก็แสดงออกเป็นบางเวลา วิธีจับผิด คนพวกนี้หากอยู่ในที่สาธารณะที่มีคนมากๆ เช่น ในห้างสรรพสินค้า คนพวกนี้จะไม่กล้าสำแดงเดชมาก 2. โดนของเพราะอยากเป็นคนดี สำหรับคนที่ทำความผิดไว้มาก หรือเป้นคนไม่ดี อยู่มาวันหนึ่งคิดได้ขึ้นมา จากลูกที่ไม่เคยกอดพ่อปม่ แต่อยากทำ แต่ก็ไม่กล้าเพราะอาย อยากจะทำความดีต่างๆ คนพวกนี้จะแกล้งว่าตนนั้นโดนของ โดยมุ่งหวังว่า หวังจากไปหาหมอผีแล้ว คนจะได้กลับตัวเป็นคนดีได้อย่างไม่ต้องอาย วิธีจับผิด คนพวกนี้หากไปอยู่ในที่ ที่ไม่ใช่บ้าน ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมอื่นๆ คนพวกนี้จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว 3. โดนของเพราะไม่รู้จักคิด คนพวกนี้ จะไม่รู้ตัว ไม่รู้วิธีแก้ปัญหาของตนเอง แล้วก็โทษโชคชะตา คนพวกนี้ดูไม่ยาก ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เราขอยกตัวอย่างมาเลยแล้วกัน ผู้หญิงคนหนึ่ง นามสมมุติ แตน แตนเธอหาว่าเธอนั้นโดนของ แล้วก็ไปหาหมอผี หมอผีก็ทำพิธิตัดแขน ตัดขา (ไม่ได้ติดจริงๆ นะ เป็นแค่พิธีเฉยๆ) เพื่อเป็นการแก้เคล็ด เรื่องของแตนนั้น แตนรู้สึกร้อนใจ และอยู่ไม่เป็นสุข ในครอบครับของแตนก็ไม่มีความสุข มีเรื่องร้อนเนื้อร้อนใจตลอด แตนเป็นหนี้สินมากมาย ด้วยเหตต่างๆ เหล่าน้ จึงทำให้แตนคิดว่าตนเองนั้นโดนของโดนกลั่นแกล้ง โดยที่แตนไม่ได้คิดเลย ที่เป็นแบบนี้ เพราะแตนเป็นคนที่ติดการพนันเป็นอย่างมาก เล่นไพ่ทุกวัน ถึงกับเอาบ้านตัวเอง เปิดเป็นบ่อนการพนันเลยก็มี บางครั้งแตนก็เช่ารถตู้ ไปเล่นกับที่เขมรเลย ความจริงแล้วแทนที่แตนจะไปหาหมอผี แตนน่าจะไปหาคนที่มีความรู้มากกว่า แล้วก็บอกกับเขาไป "ฉันไม่รู้เป็นอะไร โดนของหรือป่าวก็ไม่รู้ ฉันมีเรื่องร้อนใจตลอด ทำมาหากินไม่ขึนเลย เล่นไพ่ทุกวัน ฉันก็เสียทุกวัน จน เครียด เล่นไพ่" หากไปบอกแบบนี้ เราเชื่อว่าคนที่มีความรู้จะสามารถหาทางออกให้แตนได้ไม่ยาก "จน เครียด ทำงาน เก็บเงิน ใชี้หนี้......" เรื่องของแตนนี้ นำมาจากเรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง วิธีจับผิด แทบจะไม่ต้องจับผิด หรือสังเกตพฤติกรรมอะไรเลย หากเรามองโลกด้วยปัญญา 4. โดนของเพราะกูเจ็บ คนพวกนี้น่าสงสาร ตัวเขาเองแทบจะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ญาิติๆ พากันหาว่าโดนของ บางคนก็เป็นโรคประสาท นิดๆ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเร้นลับแต่อย่างใด มันเป็นอาการทางประสาท เรามีเรื่องจริงของเด็กผู้ชายชื่อดิง ดิงเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง อยู่ดีๆ ขาก็บวม อาจจะเป็นเพราะซุกซน หรือโดนอะไรมา แต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ แต่นั้นก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ทุกคนพากันเชื่อว่าดิงโดนของ และแล้วก็พาดิงไปรักษา หมอผี ได้บีบที่ขาดึงอย่างแรง สร้างความเจ็บปวดอย่างมาก พร้อมกับ ร้องถามว่า จะออกใหม จากนั้นหมอผี ก็ซุบซิบปาก ประมาณว่า ทำให้ผู้คนเข้าใจว่า อ่านคาถา แล้วก็บีบแรงขึ้น แรงขึ้น พร้อมกับถามว่าจะออกใหม เมื่อถึงที่สุดแล้ว ดิงทนไม่ไหว เพราะความเจ็บปวด จึงร้องว่าออกแล้ว กูออกแล้ว เพื่อจะได้รอดพ้นจากความเจ็บปวดนี้เสียที (ปัจจุบันนี้ ดิงโตแล้ว และเป็นเพื่อนกับเรา) วิธีจับผิด ค่อนข้างยาก แต่วิธีป้องกัน คือ เป็นอะไรให้รักษาไปตามนั้น เป็นประสาท ก็ไปหาหมอประสาท เจ็บขาก็ไปคลินึค 5. โดนของ เพราะอุปโลกน์ คนพวกนี้เป็นอาการทางจิตแบบหนึ่ง ที่ไม่มีที่พึ่งทางจิตใจ หรือเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนแอ พวกเขาจะอุปโลกน์ สิ่งต่างๆ ให้มีอิทธิพลอยู่เหนือตัวเขา จากนั้นจะสร้างให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้น มีพลังอำนาจ เช่น การอุปโลกน์ ว่าลมที่กำลังพัดอยู่เบื้องหน้า มีคุณไสย์แผงมาด้วย จากนั้นเมื่อเขาถูกลมนั้น จึงทำให้อุปทานต่อไปว่า เขาได้โดนคุณไสย์เข้าไปแล้ว บางครั้ง ถึงกับมีเหตุการณ์อุปทานหมู่ก็มี วิธีจับผิด คนพวกนี้ จะเห็นสิ่งเร้นลับต่างๆ มากมาย ที่คนธรรมดาอย่างเราไม่สามารถเห็นได้ และจะมีจิตนาการถึงเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างลึกซึ้ง หากอยู่ใกล้คนพวกนี้ อย่าหลงเชื่อทีเดียว พยายามออกห่างไว้นะ นี่เป็นคนโดนของประเภทหลักๆ ที่เราได้ยกมาเท่านั้น นอกจากนี้่แล้วก็ยังมีประเภทอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ดี จะทำอะไร จะเชื่ออะไร ขอให้เชื่อด้วยปัญญา ^_^เด็กชายอุกฤษ เกเย็น*-* May 12 ===สัตว์ร้ายในอวกาศ (หลุมดำ)===The black hole ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ยังมีสิ่งลึกลับมากมายที่รอให้มนุษย์ได้ค้นหาคำตอบ หนึ่งในนั้นคือ วัตถุุลึกลับที่รู้จักกันในนาม หลุมดำ (Black Hole) ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ต่างพากันศึกษาเพื่อหาคำตอบถึงการมีอยู่จริงของเจ้าวัตถุลึกลับที่ว่านี้
“หลุมดำ คือ หลุมในอวกาศที่สามารถดูดทุกสิ่งที่หลงเข้าไปใกล้รัศมีของมันได้ ไม่เว้นแม้แต่แสง” จากคำกล่าวนี้เองที่ทำให้คนทั่วไปยากที่จะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง แต่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเชื่อว่าหลุมดำมีอยู่จริง ยิ่งไปกว่านั้นมันยังอยู่ใกล้ตัวเรามากด้วย โดยคำทำนายจากทฤษฎีฟิสิกส์ขั้นสูงที่ว่า หลุมดำไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาวยักษ์สีดำที่คอยจ้องจะกลืนกินทุกสิ่งที่เข้าใกล้เท่านั้น แต่ยังมีีหลุมดำขนาดจิ๋วที่เล็กจนสามารถซ่อนในวัตถุต่างๆในโลกของเรา หรือแม้แต่ในตัวของคุณเอง! ตามทฤษฎีฟิสิกส์ หลุมดำ เกิดจากการที่ดาวฤกษ์ซึ่งใช้ปฏิกริยานิวเคลียร์ในการก่อให้เกิดแสงสว่างและพยุงไม่ให้ดาวทั้งดวงเกิดการยุบตัว ได้ทำการเผาไหม้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์จนหมดไปเป็นเหตุให้เกิดการระเบิดตัวอย่างรุนแรง ที่เรียกว่า Supernova ผิวนอกของดาวจะระเบิดตัวกระจายอยู่รอบๆ ส่วนแกนกลางจะยุบตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการยุบตัวนี้ได้ทำให้เกิด ดาวแคระขาว และดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ โดยดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์จะเกิดเป็น ดาวแคระขาว แต่หากดาวฤกษ์มีมวลมากกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ ก็จะก่อให้เกิดวัตถุชนิดใหม่คือ ดาวนิวตรอน จากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Relativity) ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สามารถอธิบายถึงแรงโน้มถ่วงของอวกาศ โดยสมมติให้อวกาศเป็นเสมือนแผ่นผ้าใบขึงตึงทั้งสี่ด้านถ้ากลิ้งลูกหินลงไปบนผืนผ้าใบ มันจะวิ่งเป็นทางตรงเนื่องจากผ้าใบเรียบ แต่ถ้าวางตุ้มน้ำหนักน้ำหนักของตุ้มจะทำให้ผ้าใบบุ๋ม และเมื่อกลิ้งลูกหิน ทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกหินย่อมได้รับผลกระทบจากความโค้งของผืนผ้าใบ ซึ่งหมายความว่า แรงโน้มถ่วงจากดาวต่างๆ คือ ความโค้งของอวกาศรอบๆ ดวงดาวเหล่านั้น เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับที่ลูกตุ้มกระทำต่อผืนผ้าใบยิ่งมวลของดาวมีค่ามาก ความโค้งของอวกาศก็ยิ่งมีค่ามาก ทำให้แรงโน้มถ่วงที่เกิดจากดาวนั้นมีค่ามากตามไปด้วย ไอน์สไตน์ได้เขียนคำอธิบายถึงแรงโน้มถ่วงของอวกาศนี้ออกมาเป็นสูตรที่เรียกกันว่า Einstein’s Field Equation โดยผู้ที่สามารถหาคำตอบแรกของสมการนี้ได้ คือ คาร์ล ชวาชชิลล์(Karl Schwarzschild) ซึ่งเขาได้พิจารณาถึงความโค้งของอวกาศรอบๆ ดาวที่มีรูปทรงกลมสมบูรณ์และไม่หมุนรอบตัวเอง และพบว่า ระยะห่างค่าหนึ่งจากใจกลางของดวงดาว ซึ่งเรียกว่ารัศมีของSchwarzschild ความโค้งของอวกาศจะมีค่ามากจน แม้แต่แสงยังถูกกักขังเอาไว้ได้ ดาวฤกษ์ที่ระเบิดและยุบตัวจนมีขนาดเล็กกว่ารัศมีของ Schwarzschild ดาวจะแปรสภาพเป็นหลุมดำ โดยจะสร้างผิวทรงกลมที่เรียกว่า Event Horizon ขึ้น ซึ่งจะมีขนาดเท่ากับ รัศมีีของ Schwarzschild หากมีวัตถุเคลื่อนที่เข้าใกล้หลุมดำเกินกว่า Event Horizon ก็จะถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลของมันดูดเอาไว้ และไม่สามารถหนีออกมาได้อีก แม้ว่าวัตถุนั้นจะมีความเร็วเท่ากับแสงก็ตาม ซึ่งสิ่งนี้เองคือต้นกำเนิดของหลุมดำ ^_^เด็กชายอุกฤษ เกเย็น*-* 2 ฟากของโลกในขณะที่คนเรานั้น กำลังหัวเราอยู่นั้น จะมีคนหลายๆคน ที่ยังร้องไห้ โลกอีกด้านหนึ่ง ย่อมจะไม่เหมือนโลกอีกด้านหนึ่ง เหมือนกับในปัจจุบันที่เห็น ๆ กันอยู่ ด้านหนึ่งโลกจะเป็นกลางวัน (สว่าง) ด้านหนึ่งโลกจะเป็นกลางคืน (มืด) จะไม่มีใครเห็นโลกสว่างและมืดพร้อมกันทั้งสองด้าน ดังนั้น คนเราที่อยู่คนละฟากโลก จึงมีลักษณะนิสัย และความรู้สึกที่แตกต่างกันไป ไม่มีฟากโลกฟากไหนที่มีคนไม่ดีทั้งหมด และคนดีทั้งหมด คุณดูรูปหยินหยางดิ ต่างคนต่างมีดี ต่างคนต่างมีข้อบกพร่อง ดังนั้น คุณจะว่าคนอื่นผิดถูกไม่ได้ เพราะว่าบางครั้งนั้น คุณยังไม่เข้าใจในการกระทำของตนเลย จงคิดซะว่า ใครก็มีดีเหมือนๆ กัน ต่างคนต่างอยู่ ไม่รุกรานใคร ถ้าทุกๆคนคิดเหมือนกันอย่างนี้ ตอนนี้ ขวานไทยของเรา คงจะอยู่อย่างปกติสุข คิดซะว่านะ คนเราอ่ะมันอยู่โลกเดียวกัน มันอาศัยผืนดินเดียวกันอ่ะ ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้ เด็กไทยอย่างเรา ภายหน้าก็ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแบ่งแยกดินแดน จะได้เรียนอย่างไม่หวาดระแวง กลัวนั่นกลัวนี่ ขอเป็นกำลังใจให้ชาวใต้ของเราด้วยครับ...
^_^เด็กชายอุกฤษ เกเย็น*-* |
||||
|
|
||||
|
|